จีนสั่งประหาร มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ค้าซากสต๊าฟสัตว์ป่า

31
views
จีนสั่งประหาร มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ค้าซากสต๊าฟสัตว์ป่า

ที่มา. Sky Thai News

» เมื่อเวลา 9.40 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2018 ศาลประชาชนกลาง ณ มณฑลหูหนาน ได้พิพากษาให้ประหารชีวิต นายฟง หลิงหยวน อายุ 58 ปี หลังเขาต้องโทษคดีล่าสัตว์ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติอู่หลิงยฺเหวียน เขตมณฑลหูหนาน เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2018 ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนของกรมตำรวจหูหนาน พบว่า ผู้ต้องโทษ คือนาย ฟง หลิงหยวน อายุ 58 ปี มีอาชีพเป็นนักธุรกิจค้าขายอัญมณี และมีทรัพย์สินกว่า 7,000 ล้านหยวน หรือ ประมาณ 34,000 กว่าล้านบาท

Loading...

ทั้งนี้นายตำรวจที่ทำคดีเรื่องนี้ ระบุว่า นายฟง หลิงหยวน และพรานป่าอีก 3 ราย ได้ลักลอบเข้าไปในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอู่หลิงยฺเหวียน เมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2018 ที่ผ่านมา เพื่อกระทำการล่าสัตว์ป่าแล้วนำซากไปสต๊าฟ ก่อนที่จะส่งขายไปยังประเทศในแถบยุโรป โดยหลักฐานที่พบ คือ ซากแพนด้า 2 ตัว ซากลิงซ์ยูเรเชีย 1 ตัว ซากไก่ฟ้าสีทอง 3 ตัว และซากกวางซีกา 1 ตัว และอาวุธปืนในการล่าสัตว์ป่า ประกอบไปด้วย ปืนไรเฟิล 1 กระบอก ปืนยิงยาสลบ 2 กระบอก ลูกกระสุนยาสลบ 1 กล่อง ลูกกระสุนปืนไรเฟิลอีก 40 นัด ยาพิษ 1 ขวด เข็มฉีดยา 4 กระบอก

จีนสั่งประหาร มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ค้าซากสต๊าฟสัตว์ป่า

หลังจากมีการจับกุม นาย ฟง หลิงหยวน และพรานป่าทั้ง 3 รายเอาไว้ได้ ทางกรมตำรวจหูหนานได้ทำการเข้าตรวจค้นคฤหาสน์ของนาย ฟง หลิงหยวน จึงพบซากสัตว์ป่าอีกจำนวนหลายชนิด อาทิ เช่น ซากตะพาบยักษ์แยงซีเกียง ซากเสือดาวอามูร์ ซากเป็ดแมนดาริน ซากแพนด้าแดง ซากเลียงผาเหนือ ซากชะนีแก้มขาว ซากแมวป่า ซากกวางชะมด ที่ถูกสต๊าฟไว้ และยังพบหน่อแรดและงาช้างอีกนับหลายสิบคู่

และวันนี้ (6 เมษายน 2018) เจ้าหน้าที่กรมตำรวจหูหนานได้ควบคุม นาย ฟง หลิงหยวน และพวกทั้ง 3 ราย ขึ้นศาลประชาชนกลางเขตมณฑลหูหนาน ตามที่ศาลนัดไต่สวนและทำการพิพากษาคดีล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยาน

ทั้งนี้ผู้พิพากษาได้กล่าวว่า “นาย ฟง หลิงหยวน ซึ่งเป็นจำเลย ที่ 1 และพวกทั้ง 3 เป็นจำเลยถัดมา ได้กระทำการล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติอู่หลิงยฺเหวียน จริง ตามที่กรมตำรวจหูหนาน ซึ่งโจทย์ได้ยื่นฟ้องมา ประกอบกับหลักฐาน คือ ปืนไรเฟิล 1 กระบอก ปืนยิงยาสลบ 2 กระบอก ลูกกระสุนยาสลบ 1 กล่อง ลูกกระสุนปืนไรเฟิลอีก 40 นัด ยาพิษ 1 ขวด เข็มฉีดยา 4 กระบอก และภาพถ่ายซากสัตว์ป่าที่เพิ่งล่า และ ซากสัตว์ป่าที่ถูกสต๊าฟไว้

อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ศาลได้พิเคราะห์พิจารณา คดีแล้วว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิ์ยื่นประกันตัว และ ไม่สมควรได้รับโทษจำคุก เพราะฉะนั้นในสิ่งที่จำเลย ได้กระทำลงไปนั้น ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ป่าอย่างยิ่ง และเข้าข่ายผิดข้อกฏหมายคุ้มครองสัตว์ป่าของจีน ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ต้องโทษประหารชีวิตทันที โดยไม่มีการลดหย่อนโทษ

ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดของจำเลยที่ 1 ศาลพิจารณาแล้วว่า สมควรให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งหมด เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่มีบุตรและภรรยากับครอบครัว ส่วนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ศาลจึงพิพากษา ให้จำคุกคนละ 50 ปี โดยไม่มีการลดหย่อนโทษ.”

Advertisement
loading...
แบ่งปัน