หัวอกแม่ ลูกสาววัย 6 ขวบกำลังสดใสน่ารัก ล้มป่วยกระทันหัน 3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

40
views

#หัวอกแม่ ลูกสาววัย 6 ขวบกำลังสดใสน่ารัก ล้มป่วยกระทันหัน 3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน เพราะความจนหรือความบกพร่องของใคร ต้องทนดูเลือดในอกตายไปอย่างต่อหน้าต่อตา

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

แชร์…….!!!!!!! ต่อๆ ไป อ่านไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ เมื่อหนึ่งชีวิตต้องมาแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพราะความสะเพร่า
ฝากเรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านด้วย หนูอยากขอคำปรึกษาและขอความเป็นธรรมให้กับน้องหน่อยค่ะ

Loading...

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

เรื่องมีอยู่ว่า…น้องที่เห็นอยู่ในภาพด่านล่างเป็นลูกสาวของหนูเองค่ะ อายุ 6 ขวบ เดิมน้องไปคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งก็เป็นที่รักของครอบครัวและญาติๆ ทุกๆ คน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 61 น้องมีไข้พร้อมกับอาการปวดท้อง หนูก็เลยพาน้องไปหาหมอที่ รพ. อำเภอใกล้บ้าน จากนั้นสองวันหมอได้ส่งฉุกเฉินน้องไปรักษาต่อที่ รพ. ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ตลอดระยะเวลาหมอได้ให้การรักษาด้วยการฉีดยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการปวดและอาการดิ้นพร้อมกรีดร้องด้วยเสียงบ่นที่ว่า…หนูปวดท้องๆๆ ช่วยด้วยๆๆ เป็นเวลานานหลายวัน

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

เบื้องต้นคุณหมอแจ้งกะทางญาติว่าน้องป่วยเป็น “ตับอักเสบ” จากนั้นมาอาการก็เริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ตลอดระยะเวลาจึงได้คุยกับคุณหมอที่จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่น้อง Admit ได้ 3 วัน เพื่อจะขอย้ายน้องไปรักษาที่ รพ. ขอนแก่น เพราะอาการน้องไม่ดีขึ้นเลย จึงให้ทาง รพ. ประสานเพื่อจะย้ายน้องไป แต่ทาง รพ. แจ้งว่าประสานไปแล้ว…แล้วเรื่องก็เงียบไปเหมือนเดิม ให้รักษาที่นี้ไปก่อน (….เกิดคำถามขึ้นว่าจะรอให้ลูกหนูอาการโคม่ารึใช้ท่อช่วยหายใจก่อนหรอค่ะถึงจะส่งไปได้) แต่หมอแจ้งว่าทาง รพ. ขอนแก่น ได้ส่งยามาให้แทนแล้วเปลี่ยนตัวยาดูเผื่อดีขึ้น วันเวลาผ่านไปจากชั่วโมงกลายเป็นวัน จากวันกลายเป็นเดือน อาการของน้องที่เริ่มจะทรุดลงเรื่อยๆ เพราะขอย้ายไปรักษาต่อก็ไม่ส่งต่อ น้องบ่นปวดท้องก็ฉีดยาแก้ปวดท้องกะแก้ท้องอืด น้องดิ้นน้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ฉีดยาฆ่าเชื้อ (…..รึกระบวนการและศักยภาพทางการแพทย์รักษาคนป่วยด้วยวิธีนี้แล้วหรอค่ะ….)

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

จนกระทั่งถึงวันที่ 24 มี.ค. 61 ทาง รพ.ที่ จ.มหาสารคามได้ Refer น้องมาที่ ขอนแก่น เพื่อจะทำการฉายแสง กระทั่งถึงระหว่างทางถึงมีการโทรประสานงานกันกับทาง สายแสง ขอนแก่น (….เหตุที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดคือ..ระหว่างนั่งอยู่ในรถโรงบาลหมอแจ้งกับหนูว่าที่ สายแสง ขอนแก่น เครื่องฉายแสงพัง!!!!! จึงต้องพาน้องกลับมาที่ รพ. ใน จ. มหาสารคามก่อน (….นี่มันคืออะไรค่ะ สรุปไม่มีการเตรียม ไม่มีการประสานงาน ไม่มีการพยากรณ์โรคล่วงหน้า รึวางแนวทางในการรักษาเลยหรอ)

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

วันที่ 25 มี.ค. 61 จึงได้ Refer น้องมาที่ สายแสง. ขอนแก่น อีกครั้งเพื่อทำการฉายแสง ฉายแสงเสร็จ อ้าว…!!!! ส่งน้องกลับที่ รพ. ใน จ.มหาสารคามอีกครั้งเฉยเลย ประมาณสองทุ่มน้องบ่นปวดท้องหนักมากพร้อมกับอาเจียนออกมาเป็นเลือดช่วงตี5 เลือดไหลออกมาไม่หยุด พร้อมกับหมดสติไปในทันใด (…นึกภาพหัวอกคนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกดิ้นทรมานด้วยความเจ็บปวด) หมอแจ้งว่าน้องเสียเลือดไปมากพร้อมกับผลเอ็กซเรย์สมองตอนนี้บวมหมดแล้วเนื่องจากมีเลือดคลั่ง (หนูก็ไม่เข้าใจหรอกภาษาทางการแพทย์…หนูไม่ได้เรียนหมอมา ถ้าเรียนมาหนูคงไม่ปล่อยให้เด็กนอนให้หมอฉีดยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อเล่นอยู่เป็นเดือนแบบนี้หรอก…วันที่ไม่คิดว่าจะเกิดกะคนในครอบครัวหนู)

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

เช้าวันที่ 26 มี.ค. 61 น้องอยู่ในอาการที่เรียกว่า “โคม่า” ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ไปหมดทั้งสภาพร่างกายน้องไม่มีการรับรู้ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดใด หมอจึงได้ทำการใส่ท่อเพื่อช่วยหายใจแล้วนำส่งฉุกเฉินมาที่ รพ. ขอนแก่น (…เกิดคำถามขึ้นเต็มหัวหนู…? วันนี้เตียงไม่เต็มแล้วหรอค่ะถึงส่งต่อได้และ แล้วทำไมก่อนหน้านี้เป็นเดือนบอกส่งไปยังไม่ได้) พอมาถึง รพ. ขอนแก่น หมอได้ใช้เข็มเจาะเพื่อที่จะขยายเส้นเลือดใหญ่ แต่…!!! ทำเข็มหัก ?????? จึงต้องทำการผ่าตัดเพื่อที่จะเอาเข็มออก (นี่คืออะไรหรอค่ะ..? รู้ทั้งรู้ว่าเด็กอาการโคม่า แถมการผ่าตัดไม่ได้อยู่รักษาเกี่ยวกับตัวโรคเลย มันความผิดพลาดของ รพ. มั้ยแบบนี้)

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

หลังจากนั้นมาสองวันแพทย์เจ้าของไข้เรียกญาติเข้าไปพบ พร้อมกับแจ้งว่า “ให้ทุกคนทำใจ” น้องป่วยด้วยโรค “ตับวาย” น้องมีโอกาสรอดแค่ 20% เท่านั้น คือทุกคนช็อคกับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งก่อนหน้าที่จะ Refer น้องมาโดยไม่มีการประสานกันนั้น ก่อนที่จะทำการฉายแสง ก่อนที่จะมีการเจาะเส้นเลือดแล้วทำเข็มหักจึงต้องได้ผ่าตัดเอาเข็มออก ย้อนไปหลังวันที่ 24 มี.ค. 61 น้องยังคุย ยังเล่น ยังสื่อสารได้เป็นปกติ พอเวลามันยืดยาวจากแค่ฉีดยาแก้ปวดมาจะเป็นเดือนแล้วพึ่งคิดได้ว่าจะมาเริ่มรักษาด้วยวิธีการเหล่านี้ เวลาแค่ 4 วันหลังจากทำมา ผลออกมาคือ ลูกหนูอยู่ได้เพราะแค่เครื่องอ๊อกซิเจนไปแล้วซ่ะงั้น ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม…….ทำไมๆๆๆๆๆๆ ไม่ช่วยลูกหนู และไม่ดูไม่มีความรอบครอบมากกว่านี้ ชีวิตทั้งชีวิต…คนนะค่ะไม่ใช่ผักปลา ครอบครัวหนูไม่ได้มีเงินทองมากพอที่จะรักษาเอกชน ไม่งั้นคงไม่ฝากชีวิตน้องไว้กับการทำงานแบบนี้ด้วยการฉีดยาแก้ปวดท้อง แก้ท้องอืด นานเป็นเดือนหรอกค่ะ

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

คำถามที่หนูสงสัย..? อยากให้ผู้ใหญ่ผู้ที่มีความรู้ไขข้อเหตุการณ์นี้
1. ตั้งแต่วันแรกที่ว่าเป็นตับอักเสบและมีตับโตและตลอดเวลาที่ Admit อยู่ รพ. ใน จ.มหาสารคาม ขอย้ายน้องมาที่ รพ. ขอนแก่น เพราะความพร้อมในเรื่องเครื่องทางการแพทย์และมีแพทย์เฉพาะทางน่าจะพร้อมกว่า ทำไมบอกว่าประสานแล้ว ให้รอไปก่อน เตียงไม่ว่าง..!!
2. เข้าใจว่าคนไข้ที่อยู่ในภาวะที่ร่างกายอ่อนแรง “โคม่า” การเคลื่อนย้ายยิ่งจะทำให้อาการทรุดและแย่ลงไปมาก ทำไมไม่ย้ายในตอนที่ร่างกายยังมีปฏิกิริยาตอบสนองดีๆ จะอ้างแบบนั้นเพื่อ…??
3. แล้ววันที่มีการ Refer รอบแรกเพื่อจะทำการฉายแสงทำไมไม่มีการประสานกันล่วงหน้าก่อนเคลื่อนย้ายคนไข้

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

4. ในวันที่ 26 มี.ค. 61 คือเป็นสิ่งที่สงสัยมากๆ ทำไมวันที่น้องแทบจะสิ้นลมแล้วถึงย้ายได้ เตียงมันว่างตอนไหนถ้าคุณว่าประสานให้แล้ว หรือมันแค่ความบังเอิญมีคนย้ายออก ลูกหนูเลยได้ครองเตียงพอดี
5. แล้วการผ่าตัดที่ไม่ได้อยู่ใน Plan การรักษาหรือเกี่ยวกับ Symptom คนไข้เลย ขอบคุณนะค่ะ…!! เข้าใจว่าพยายามช่วย แต่ทำไมไม่มีความรอบคอบรึวางแผนการรักษาให้มันรัดกุม ทั้งๆที่คนไข้อ่อนแรงอาการอยู่ในภาวะ โคม่าแล้ว ทำไมถึงพลาดทำเข็มหักในเส้นหลอดเลือดใหญ่
6. สุดท้ายถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณหมอรึของพี่ๆพยาบาลเอง รึเป็นลูกเป็นคนในครอบครัวคุณเอง คุณจะรู้สึกยังไง กับเส้นทางการรักษาโรคแบบนี้

3 สัปดาห์แห่งความทุกข์ทรมาน

#โลกสวยไม่ต้องอ่านก็ได้นะค่ะ หัวอกคนเป็นแม่คงไม่ต่างจากหนู ณ ตอนนี้ คงไม่มีอะไรจะเสียใจเท่านี้อีกแล้ว..!!
#ขอบคุณภาพ : วิลาวรรณ ติ๊ก ดอนหาเทา

ภาพ/ข่าว #บิ๊กเกรียน , เดลินิวส์ออนไลน์

Advertisement
loading...
แบ่งปัน